“สู้เต็มที่แล้ว”

สู้เต็มที่แล้ว“สู้เต็มที่แล้ว”

     ทีมชาติไทย ที่ครึ่งแรกโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม กดคู่ต่อสู้อยู่หมัดจนทำให้กองหลังของจีน ดูลนลานอย่างที่ทุกคนเห็นกัน แถมได้ประตูขึ้นนำจาก ศุภชัย ใจเด็ด ดาวรุ่งวัย 20 ปีจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก่อนจบ 45 นาทีแรก ทัพ “ช้างศึก” ขึ้นนำแบบสวยงามพนันออนไลน์
     ทว่าลงสนามมาเล่นกันในครึ่งเวลาหลังโง กลายเป็นหนังคนละม้วนหลังจากที่ ไทย เปลี่ยนตัวเอาคนที่ทำประตูแรกแถมกำลังมั่นใจอย่าง “เจ้าอาร์ม” ออก เพราะเกรงว่าจะถูกใบเหลืองที่สองอาจทำให้เหลือ 10 คนได้ และส่ง ชนานันท์ ป้อบบุปผา ลงมาเล่นแทน
     จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นทันที : “ลิปปี้” กุนซือของจีน สั่งให้นักเตะจีนเดินหน้าเปิดเกมรุกทันที โดยไม่ต้องระวังแนวรับอีกแล้ว เพราะตัวจี๊ดจ๊าดของไทย ได้ถูกเปลี่ยนออกไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งลิปปี้ คิดถูกจริงๆ เพราะหลังจากนั้นกลายเป็นไทยของเราเอง ที่โงหัวไม่ขึ้น โดนกระหน่ำบุกอยู่ข้างเดียว
     สุดท้ายก็นำมาซึ่ง 2 ประตูจากความผิดพลาดของนักเตะไทยเอง และการเสียลูกจุดโทษแบบไม่จำเป็น ที่สำคัญ 2 ประตูที่เกิดขึ้นใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้นเอง ก่อนจบเกมแพ้ให้กับ จีนไปด้วยสกอร์ 1-2 กลายเป็นพระเอกตายตอนจบจริงๆ
     อีกหนึ่งจุดนั่นคือการแก้เกมของ “โค้ชโต่ย” ที่เกมนี้ดูตัดสินใจไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ทั้งเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้เล่น รวมถึงช่วงท้ายเกมที่เหลือโควต้าอีก 1 คนก็ไม่ได้ส่งลงไปในสนาม แต่หากมองในข้อดีจะทำให้รู้ว่า สมาคมบอลฯ จะได้กลับไปทบทวนว่าจะให้ “โค้ชโต่ย” ทำหน้าที่ต่อไปหรือไม่
     เอาเป็นว่า ไม่อยากโทษนักเตะ หรือทีมงานสต๊าฟโค้ช เพราะทุกคนสู้กันอย่างสุดความสามารถแล้ว อย่างน้อยๆแข้งไทยก็รวมพลังจากที่แพ้เกมแรกอย่างเละเทะ กลับสามารถทะลุเข้ามาในรอบ 16 ทีมสุดท้ายรอบ 47 ปีของเอเชี่ยนคัพ ที่เหลือคือกำไร แพ้อย่าเสียใจ แค่นี้แฟนบอลชาวไทยก็มีความสุขกันทั่วลุ่มน้ำเจ้าพระยาแล้ว

แทงบอลออนไลน์ สมัครเลย !!!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *